|
Untitled Document
|
บทที่ 2 ไวยากรณ์
1 การใช้ です
です นิยมออกเสียงว่า des คือไม่ออกเสียง u ของตัว すแปลว่า เป็น หรือ คือ..สามารถใช้บอกชื่อ คุณสมบัติ อาชีพ หรือ สถานภาพ เป็นต้น..
เช่น..
ともだちです。 = เพื่อนค่ะ[ครับ]
いしゃです。 = เป็นหมอค่ะ[ครับ]
เมื่อเขียนจบประโยค.. จะใส่เครื่องหมาย "。" หรือว่า まる[มารุ] นั่นเอง เช่นเดียวกับเครื่องหมาย full stopในภาษาอังกฤษ
รูปปฏิเสธของn. です
รูปปฏิเสธของ n.です คือ n.ではありません[เด-วะ-อา-ริ-มา-เซ็น]
อักษรは ในではありませんจะอ่านว่า วะ
เช่น..
かいしゃいんではありません。 = ไม่ใช่พนักงานบริษัทค่ะ[ครับ]
がくせいではありません。 = ไม่ใช่นักเรียนค่ะ[ครับ]
2 การใช้คำช่วยは
ตัวはนั้น.. ถ้าเป็นตัวอักษร จะอ่าน ฮะ.. ถูกมั้ย... แต่ถ้าเป็นคำช่วยเมื่อไหร่.. จะอ่านว่า วะ
หน้าที่
หน้าที่ของคำช่วย は นั้นคือ แสดงหัวเรื่องของประโยคหรือสิ่งที่ผู้พูดกล่าวถึง [topic of the sentence] เมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งก้อจะยกสิ่งนั้นไว้เป็นหัวเรื่องหน้าประโยค แล้วตามด้วยข้อมูลหรือรายละเอียดต่อๆมา
เช่น..
ははは こうむいんです。
[แม่(ของฉัน)เป็นข้าราชการ]
*はは = ฮะฮะ [แปลว่าแม่..แต่เป็นแม่ของตนเอง]*
あきこさんは こうこうせいです。
[คุณอากิโกะเป็นนักเรียนมัธยม]
*こうこうせい = โคโคเซอิ [แปลว่ามัธยม]*
3 การใช้คำช่วย sentence か
か เป็นคำช่วยที่ใส่ท้ายประโยคเพื่อทำให้เป็นประโยคคำถาม
เช่น..
おとうさんですか。= ใช่คุณพ่อหรือเปล่าคะ
さんはチュらーせんせいですか。 = คุณนิภาเป็นครูหรือเปล่าคะ
แต่ถ้าเป็นประโยคที่เข้าใจแล้วว่ากำลังคุยถึงอะไรอยู่.. ต้องการถามประมาณว่า แล้วคุณหล่ะ [and you?]
หรือไม่ก้อต้องการถามบางสิ่งบางอย่างที่มีเฉพาะ.. ก้อให้ออกเสียง n.は ให้สูงขึ้นอีกนิดนึง เป็นเชิงถาม..
เช่น..
สมมุติว่าคุยกันว่า..
Aさん :: おはよう。 わたしは A です。 あなたは。
Bさん :: B です。
[คุณA :: สวัสดีค่ะ ฉันชื่อA แล้วคุณหล่ะคะ]
[คุณB :: Bค่ะ]
4 คำช่วย n. も
も เป็นคำช่วยที่แปลว่า "ก็, ด้วย" ในเรื่องที่เคยสอนๆมาเนี้ย.. จาใช้วางแทนทีは หลังคำนามที่ยกมาเป็นหัวเรื่อง เป็นรูปประโยค n. も n. です เพื่อบอกว่า n. も ก็มีสถานภาพหรือก้อมีคุณสมบัติเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน เช่น..
Bさんは こうこうせいです。 Aさんも こうこうせいです。
คุณBเป็นนักเรียนม.ปลาย คุณAก้อเป็นนักเรียนม.ปลายเหมือนกันค่ะ[ครับ]หรือในบทสนทนา..
Aさん :: ちちは ぐんじんです。
Bさん ::おかあさんも ぐんじんです。
A :: พ่อของฉันเป็นทหารค่ะ
คุณB :: แม่ของผมก้อเป็นทหารเหมือนกันครับ
และคำช่วยもยังสามารถใช้ในประโยคบอกเล่า ปฏิเสธและคำถามอีกด้วย.. ถ้าต้องการแสดงความหมาย "ก้อ,ด้วย" เช่น..
Aさんは いしゃではありません。 Bさんも いしゃではありません。
คุณ A ไม่ใช่หมอ.. คุณ B ก้อไม่ใช่หมอ
ในการตอบคำถามที่ใช้も จะใช้も เฉพาะคำตอบที่ต้องการแสดงความหมาย"ก้อ, ด้วย" เช่น..
チャンチマさん :: ラッカナ―さんも こうこうせいですか。
ソムサクさん :: はい、ラッカナ―さんも こうこうせいです。
คุณจันทิมา :: คุณลักขณาก้อเป็นนักเรียนม.ปลายด้วยหรือปล่าวคะ
คุณสมศักดิ์ :: คุณลักขณาก้อเป็นนักเรียนม.ปลายครับ
แต่ถ้าไม่ต้องการแสดงความหมาย "ก้อ, ด้วย" ก็จะใช้ は แทน も เช่น..
Aさん :: Cさんも こうこうせいですか。
Bさん :: いいえ、 Cさんは こうこうせいではありません。
คุณA :: Cก็เป็นนักเรียนม.ปลายด้วยหรือปล่าวคะ
คุณB :: ไม่ใช่ค่ะ Cไม่ได้เป็นนักเรียนม.ปลาย
นอกจากนี้.. もยังสามารถใช้ติดกันได้หลายตัว โดยจะมีความหมายประมาณ "ทั้ง...และ" เช่น..
Aさんも Bさんも こうこうせいです。
5 คำช่วยの
の เป็นคำช่วย ใช้เชื่อมคำนามกับคำนาม โดยn.の จะทำหน้าที่ขยาย n. ตัวหลังซึ่งจะเห็นว่า ลำดับคำต่างกับในภาษาไทย มีวิธีใช้และความหมายดังนี้
1. n.の แสดงความเป็นเจ้าของ ของn.ตัวหลัง เช่น
ボディンさんの お父さんは けいさつかんです。
คุณพ่อของคุณบดินทร์เป็นตำรวจค่ะ
二パ-さんは ナッタ-さんの お母さんです。
คุณนิภาเป็นแม่ของณัฎฐาค่ะ
หากต้องการถามถึงบุคคลที่เป็นเจ้าของของคำนามนั้น จะถามด้วย だれ ซึ่งแปลว่า "ใคร"+の เช่น..
A :: ピヤさんは だれの お父さんですか。
คุณปิยะเป็นพ่อของใครคะ
B :: ナッタ-さんの お父さんです。
คุณพ่อของณัฎฐาค่ะ
2. n.の บอกประเภท ชนิด หรือลักษณะของ n.ตัวหลังเช่น..
オンヌちャ-せんせいは しゃかいの せんせいです。
อาจารย์อนุชาเป็นอาจารย์(สอน)สังคมครับ
หากต้องการถามถึงประเภทชนิดหรือลักษณะของคำนามนั้นจะถามด้วยなん ซึ่งแปลว่า"อะไร"+のเช่น..
A :: ノンヌットせんせいは なんの せんせいですか。
อาจารย์นงนุชเป็นอาจารย์(สอน)อะไรคะ
B ::ちりの せんせいです。
อาจารย์(สอน)ภูมิศาสตร์ค่ะ
6 คำช่วย と
と เป็นคำช่วยที่ใช้เชื่อมคำนามตั้งแต่สองคำขึ้นไป แปลว่า "และ กับ"
木(き)の 下(した)に いぬと ねこが います。
มีสุนัขกับแมวอยู่ใต้ต้นไม้ค่ะ
やまださんと ジョンさんと すずきさんは エンジニアです。
คุณยามาดะคุณจอห์นและคุณซูซูกิเป็นวิศวกรค่ะ
7 การเรียกชื่อคน ?????????????? โดยปกติแล้ว คนญี่ปุ่นจะเขียนหรือเรียกนามสกุลก่อนแล้วจึงตามด้วยชื่อ เช่น やまかわ ひろし、 たかだ あきこ โดยปกติจะเรียกคนที่ไม่คุ้นเคยด้วยนามสกุล
~さん หรือ ซัง ที่ชอบได้ยินคนญี่ปุ่นเค้าพูดกันนั้นเมื่อเรียกหรือพูดถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะต้องต่อท้ายด้วย~さん ซึ่งคล้ายกับคำว่า คุณ ในภาษาไทยนั่นเอง
เช่น やまかわさん、あきこさん
แต่ในกรณีที่เรียกครู จะใช้คำว่า ~せんせいซึ่งแปลว่า อาจารย์ หรือ ครู แทนคำว่า ~さん เช่น オッブせんせい แต่อย่างไรก้อตาม หากสนิทกันแล้ว
คนไทยจะละคำว่า คุณ แต่คนญี่ปุ่นก้อยังคงใช้ ~さんต่อไป
~ちゃん หรือ จัง นั้น โดยส่วนใหญ่จะใช้ต่อท้ายชื่อเด็ก เป็นวิธีเรียกที่แสดงความเอ็นดู เช่น ともこちゃん、 まりちゃん เป็นต้น
~くん หรือ คุง นั้นจะเรียกต่อชื่อเด็กผู้ชาย หรือผู้ชายที่อายุน้อยกว่า เช่นたけしくん、まことくん เป็นต้น
8 การทักทายและแนะนำตัว
ในอดีตและสังคมปัจจุบันมีการพบปะพูดคุยธุรกิจกันมากมาย คนญี่ปุ่นเป็นคนที่สุภาพมาก..เพราะฉะนั้น การแนะนำตัวครั้งแรกนั้นเป็นสิ่งสำคัญและหากจำชื่อคนๆนั้นไม่ได้ จะถือว่าเป็นสิ่งที่เสียมารยาทเป็นอย่างมาก แทบจะไม่อยากทำธุรกิจร่วมกันเลยทีเดี่ยว
การทักทาย
ในตอนเช้า.. [ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ ตี4ถึง11.59]
おはよう (โอ-ฮา-โย) :: สวัสดี
おはよう ございます。 (โอ-ฮา-โย โกะ-ซา-อิ-มาซ) :: สวัสดี [สุภาพกว่า]
ในตอนบ่าย.. [12.00-5โมงเย็น]
こんにちは (คน-นิ-จิ-วะ) :: สวัสดี[ในตอนเย็น]
ในตอนกลางคีน.. [หกโมงเป็นต้นไป]
こんばんは (คม-บัง-วะ) :: สวัสดี[ในตอนกลางคืน]
และก่อนนอน..
おやすみなさい (โอ-ยา-ซึ-มิ-นา-ไซ) :: ราตรีสวัสดิ์
การลา..
さようなら (ซะ-โย-นะ-ระ) :: ลาก่อน
またあした (มา-ตา-อา-ชิ-ตะ) :: (ไว้)เจอกันพรุ่งนี้
[あした=พรุ่งนี้]
またあまいしょう (มา-ตา-อา-มา-อิ-โช) :: (ไว้)เจอกันใหม่
การแนะนำตัว
ในการแนะนำตัวกันครั้งแรกเลยนั้น ต้องพูดว่า
はじめまして。わたしは _(ชื่อเรา)_ です。 どそ よろしく おねがいします。
(ฮาจิเมะมาชิเตะ วาตาชิวะ _(ชื่อเรา)_ เดซ โดโซะ โยโรชิคุ โอเนงาอิชิมาซ)
ยินดีที่ได้รู้จัก ฉัน(ผม)ชื่อ ____ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ[คับ]
わたしは タイ人「じん」 で 16 さい です。 わたしは こうこういちねんせい です。
ฉันเป็นคนไทย อายุ16ปี ฉันอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่1[ม.4]
การสนทนาทั่วๆไป
นี่เป็นตัวอย่างบทสนทนาอย่างง่ายๆ ที่นิยมพูดกัน
Aさん : おはよう。
(คุณA : สวัสดีค่ะ)
Bさん : おはよう。
(คุณB : สวัสดีครับ)
Aさん : おげんきですか。
(คุณA : สบายดีมั้ยคะ)
Bさん : げんきです、 あなたは。
(คุณB : สบายดีครับ คุณหล่ะ)
(Bさん : はい、おかげさまでげんきです。)
(คุณB : ด้วยร่มโพธิ์ร่มไทรของคุณ ผมสบายดีครับ..*สุภาพมาก*)
Aさん : わたしも げんきです。
(คุณA : ฉันก้อสบายดีค่ะ)
Aさん : あなたは どこですか。
(คุณA : คุณจะไปไหนหรือคะ)
Bさん : デパ-トです。
(คุณB : ไปห้างสรรพสินค้าครับ)
Aさん : ああ、そうでか。 さようなら。
(คุณA : อ๋อ งั้นหรือคะ..ลาก่อนนะค่ะ)
Bさん : さようなら。
(คุณB : ลาก่อนครับ)
9 การตอบรับและการปฏิเสธ
การตอบรับ
การตอบรับ สามารถตอบรับได้หลายวิธี เช่น..
คำถาม :: あなたは チャ―ンミン ですか。
คำตอบแบบที่1 :: はい。[similar to 'YES' in English]
คำตอบแบบที่2 :: はい、 そうです。 (แปลว่า เป็นเช่นนั้นค่ะ/ครับ)
คำตอบแบบที่3 :: はい、 チャ―ンミン です。 [ตอบแบบทวนคำถาม]
การตอบปฏิเสธ
การตอบปฏิเสธก้อสามารถตอบได้หลายวิธีเช่นกัน เช่น..
คำถาม :: ソッムシ―さんは いしゃですか。
คำตอบแบบที่1 :: いいえ。 [similar to 'NO' in English]
คำตอบแบบที่2 :: いいえ、 ちがいます。 (ちがいますแปลว่า ไม่ใช่ค่ะ/ครับ)
คำตอบแบบที่3 :: いいえ、 いしゃではありません [ตอบโดยเปลี่ยนภาคแสดงให้เป็นปฏิเสธ]
คำตอบแบบที่4 :: いいえ、かいしゃいんです。 [ตอบแบบบอกสิ่งที่ถูกต้อง]
10 การขอบคุณและการขอโทษ
การขอบคุณ
ありがとう (อา-ริ-กา-โต):: ขอบคุณ
ありがとう ございます。 (อา-ริ-กา-โต โกะ-ซา-อิ-มาซ) :: ขอบคุณค่ะ(ครับ)
どうも ありがとう (โด-โมะ อา-ริ-กา-โต):: ขอบคุณมาก
どうも ありがとう ございます。(โด-โมะ อา-ริ-กา-โต โกะ-ซา-อิ-มาซ) :: ขอบคุณมากค่ะ(ครับ)
การตอบรับการขอบคุณ
どういたしまして (โด-อิ-ตา-ชิ-มา-ชิ-เตะ) :: ไม่เป็นไรค่ะ(ครับ)
こちらこそ (โคะ-ชิ-ระ-โค-โซะ) :: ด้วยความยินดีค่ะ(ครับ)
การขอโทษ
すみません。 (ซึ-มิ-มา-เซน) :: ขอโทษ(ค่ะ/ครับ)
*เอาไว้ใช้เมื่อทำผิดเล็กๆน้อยๆ เช่น เวลาไปเหยียบเท้าใคร หรือว่า เอาไว้ใช้แทนexcuse meก้อได้*
ごめんなさい。 (โกะ-เมน-นา-ไซ) :: ขอโทษ(ค่ะ/ครับ)
*เอาไว้ใช้เมื่อทำผิดแรงๆ เช่น ขับรถชนหมาใครตาย..ประมาณนั้น*
ほんとうに ごめんなさい (ฮน-โท-นิ โกะ-เมน-นา-ไซ) :: ขอโทษ(ค่ะ/ครับ)
*เอาไว้ใช้เมื่อทำผิดร้ายแรงมาก เช่น ไปทำจานใบละ10ล้านแตก..ประมาณนั้น*
การตอบรับการขอโทษ
いいですよ (อี-เดซ-โยะ) :: ไม่เป็นไร [that's ok]
ごしんぱいなく (โกะ-ชิน-ไพ-นา-คุ) :: ไม่ต้องห่วง [dont worry about it]
きに しないで (คิ-นิ ชิ-นะ-อิ-เดะ):: ช่างมันเถอะ [never mind]
しんぱい しないで (ชิน-ไพ ชิ-นะ-อิ-เดะ):: ไม่เป็นไรหรอก [that's all right] |