2)
.wa
desu. (...เป็น/คือ....ครับ/ค่ะ)
wa
dewa arimasen. (...ไม่ใช่...ครับ/ค่ะ)
1)waภาษาญี่ปุ่นมีกลุ่มคำซึ่งไม่มีในภาษาไทยเรียกว่า
joshi หรือคำช่วย ซึ่งมีความสำคัญมากขอให้ระวังในการใช้คำช่วยนี้จะอยู่
ข้างหลังคำต่างๆเพื่อแสดงหน้าที่ของคำนั้นๆ ว่าเป็นประธาน หรือกรรม
ฯลฯ ของประโยคWa เป็นคำช่วยที่ชี้ว่า คำที่อยู่ข้างหน้าเป็น หัวข้อเรื่องของประโยค
แต่ในรูปประโยค...wa
desu ซึ่งจะเรียนในตอนต้นนี้ จะทำหน้าที่ชี้ประธานของประโยค
สำหรับการใช้ wa เพื่อชี้หัวข้อของเรื่องนั้น จะอธิบายโดยละเอียดในตอนต่อไป
อนึ่ง การออกเสียงคำช่วยนั้น ให้ออกเสียง เบาๆ ติดกับ คำที่อยู่ข้างหน้า
2)desu และdewa arimasenทั้งสองคำนี้ใช้จบประโยคโดยวางไว้หลังคำนามหรือคำคุณศัพท์ในภาคแสดงของประโยค
desu คล้ายคลึงกับ Verb to beในภาษาอังกฤษ แต่จะมีความหมายว่า เป็น/คือ
เท่านั้นส่วน dewa arimasen เป็นรูปปฏิเสธของ desu ในภาษาพูดอาจใช้ว่าjaa
(หรือ ja ) arimasen ก็ได้
Watashi wa Tai-jin desu.
ผม/ดิฉันเป็นคนไทย
Kare wa nihon-jin desu.
เขาเป็นคนญี่ปุ่น
Watashi wa nihon-jin dewa
arimasen. ผม/ดิฉันไม่ใช่คนญี่ปุ่น
Kare wa tai-jin jaa arimasen.
เขาไม่ใช่คนไทย
3)
..desu ka.(...หรือครับ/คะ) ,
..dewa arimasen
ka. (...ไม่ใช่หรือครับ/คะ)
kaเป็นคำช่วยที่ใช้เติมข้างหลังประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธเพื่อทำให้ประโยคนั้นเป็นประโยคคำถามและให้ออกเสียงสูงที่ท้ายประโยค
4)Hai(ครับ/ค่ะ) และ Iie(เปล่าครับ/ค่ะ)
ในการตอบคำถามหากจะตอบรับให้ใช้ Hai
และหากจะตอบปฏิเสธให้ใช้ Iie กล่าวขึ้นต้นประโยคโดยทั้งคำว่าHaiและ
Iieสามารถใช้ได้กับทั้งประโยคบอกเล่า และปฏิเสธ Hai ตรงกับคำว่า ครับ/ค่ะ
ส่วน Iie ตรงกับคำว่า เปล่าครับ/ค่ะ หรือ ไม่ใช่ครับ/ค่ะ
-Anata wa nihon-jin desu
ka? -
คุณเป็นคนญี่ปุ่นหรือ
-Hai,watashi wa nihon-jin
desu. -ครับ/ค่ะ
ผม/ดิฉัน เป็นคนญี่ปุ่น
-Iie,watashi wa nihon-jin
dewa arimasen. -เปล่าครับ/ค่ะ ผม/ดิฉันไม่ใช่คนญี่ปุ่น
5)การละประธานในการสนทนา หากเป็นที่เข้าใจกันในระหว่างผู้พูดและผู้ฟังแล้วว่าประธานของประโยคคืออะไร ก็มักจะละประธานไว้โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกรณีที่ประธานเป็น
watashi หรือ anata
-Anata wa sensei desu ka? คุณเป็นครูหรือครับ/ค่ะ
-Hai,sensei desu. -ครับ/ค่ะเป็นครู
6)soo desu. Soo dewa arimasen.และ Chigaimasu.Sooเดิมมีความหมายว่าเช่นนั้นอย่างนั้นใช้กล่าวแทนเนื้อหาในประโยคที่ค
ู่สนทนา ได้กล่าวไปแล้วsoo desu แปลว่า เป็นอย่างนั้น เป็นเช่นนั้น
ตรงกับการใช้คำว่า ใช่ครับ/ค่ะ ในภาษาไทยส่วน soo dewa arimasen เป็นรูปปฏิเสธ
ของ soo desu.ตรงกับคำว่า ไม่ใช่ครับ/ค่ะ อาจใช้คำว่า chigaimasu.แทนก็ได้โดยมีความหมายว่า
เรื่องที่คู่สนทนาพูดนั้นไม่ถูกต้อง อนึ่งในกรณีที่ตอบโดยใช้ soo desu.
Soo dewa arimasen.หรือChigaimasu.อาจจะละคำว่า Hai หรือ Iie ไว้ได้
-Anata wa sensei desu
ka? คุณเป็นครูหรือ
-[hai] soo desu. ใช่ครับ/ค่ะ
-[iie,] soo dewa arimasen.
ไม่ใช่ครับ/ค่ะ
-[iie,] chigaimasu. ไม่ใช่ครับ/ค่ะ
7).....mo(...ก็)moเป็นคำช่วยที่ใช้เมื่อหยิบยกเรื่องราวเดียวกันกับที่เคยกล่าวถึงแล้วมาพูดอีกครั้งหนึ่ง
มีความหมายว่า ...ก็/...ด้วยขอให้สังเกตการใช้ และวิธีตอบประโยคคำถามดังตัวอย่างต่อไปนี้
Watashi wa gakusei desu.
ผม/ ดิฉันเป็นนักเรียน
Ano hito mo gakusei desu.
เขาก็เป็นนักเรียน
8)-san (คุณ.....) เป็นคำต่อท้ายชื่อบุคคลอื่น ตรงกับคำว่าคุณ...ใช้ได้กับทั้งชายและหญิง
โดยไม่คำนึงว่าแต่งงานแล้วหรือยัง ชื่อคนญี่ปุ่นจะขึ้นต้นด้วย ชื่อสกุล
แล้วจึงตามด้วยชื่อตัว เช่น Tanaka Hiroshi โดยปกติจะเรียกกันด้วยชื่อสกุลและเติมคำว่า
san เข้าข้างท้าย เช่น Tanaka-san นอกจากในกรณีที่เป็นคนในครอบครัว
คนสนิทสนม หรือผู้น้อยก็จะเรียกชื่อตัวโดยไม่ต้องเติมคำว่า-sanนอกจากนั้นมีคำว่า
kun ใช้กับผู้ชาย ที่อายุเท่าๆกัน หรือต่ำกว่า บางกรณีถ้าผู้เรียกมีอายุมากกว่า
อาจใช้เรียกผูหญิงที่มีอายุต่ำกว่าก็ได้ สำหรับคำว่า chan ใช้ต่อท้ายชื่อเด็ก
ส่วนครูบาอาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่หรือแพทย์ ทนายหรือนักการเมืองจะใช้คำว่า
sensei และหากเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานจะเติมข้างท้ายชื่อด้วยคำเรียก
ตำแหน่งนั้นๆเช่นYamada-shachoo[shachoo แปลว่า ผู้จัดการ ]
9)
desu ka,
.desu ka. (.....หรือ.....ครับ/คะ)
กรณีเป็นคำถามที่ให้เลือกเอาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้ละประธานของประโยคหลังโดยพูดว่า
..desu ka,
.desu ka.ติดต่อกันไปเวลาตอบให้เลือก เอาฝ่ายที่ต้องการ
โดยไม่ต้องใช้ hai หรือ iie แต่ถ้าไม่ใช่ทั้งคู่ให้พูดว่า Iie แล้วตามด้วยเนื้อหาที่ต้องการตอบ
-Anata wa nihon-jin desu
ka,tai-jin desu ka? คุณเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนไทยครับ/ค่ะ
-[watashi wa] Tai-jin
desu. (ผม/ดิฉัน)
เป็นคนไทยครับ/ค่ะ
-Iie,[watashi wa] chuugoku-jin
desu. ไม่ใช่ครับ/ค่ะ(ผม/ดิฉัน)
เป็นคนจีน
10)nan-sai / o-ikutsu (อายุเท่าไหร่)
คำทั้งสองเป็นปุจฉาสรรพนามที่ใช้ถามอายุ sai แปลว่า ปีหรือ-ขวบ nan-sai
จึงแปลว่ากี่ปี/กี่ขวบ
ส่วน ikutsu แปลว่าเท่าไหร่ ซึ่งใช้ในการถามจำนวน เมื่อเติม o เข้าข้างหน้าจะสุภาพยิ่งขึ้น
สำหรับการตอบ หากอายุตั้งแต่ 11ปีขึ้นไป อาจพูดเฉพาะตัวเลขที่แสดงอายุ
และละคำว่า sai ไว้ก็ได้
ขอให้ระวังว่าตัวเลขบางตัว เมื่อใช้กับคำว่า sai จะต้องเปลี่ยนหางเสียงเล็กน้อย
และอายุ 20 ปีใช้คำว่า Hatachi
is-sai อายุ 1 ปี/ขวบ
ni-sai อายุ 2 ปี/ขวบ
san-sai อายุ 3 ปี/ขวบ
yon-sai อายุ 4 ปี/ขวบ
go-sai อายุ 5 ปี/ขวบ
roku-sai อายุ 6 ปี/ขวบ
nana-sai อายุ 7 ปี/ขวบ
has-sai อายุ 8 ปี/ขวบ
kyuu-sai อายุ 9 ปี/ขวบ
jus-sai,jis-sai อายุ 10
ปี/ขวบ
[Anata wa] O-ikutsu desu
ka. คุณอายุเท่าไหร่ครับ/ค่ะ
[watashi wa] ni-juu-is-sai
desu. (ผม/ดิฉัน) อายุ 21 ปีครับ/ค่ะ
[watashi wa] ni-juu-ichi
desu. (ผม/ดิฉัน) อายุ 21ครับ/ค่ะ